DAY 1

ก่อนอื่นเราขอแนะนำจังหวัดนี้ก่อน เราจะพาไปเที่ยวแบบมึนๆ อึนๆ ตามฉบับเร่งด่วน อี๋หลานเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ๆกับไทเป อยู่ด้านล่างๆ เยื่องด้านขวาของไทเป อยู่ติดกับทะเล เดินทางโดยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้ว

ทริปนี้เกิดจากความเบื่อเมืองกรุง เริ่มอยากตามหาความสงบแบบชีวิตสโลว์ไลฟ์ แล้วบังเอิญเปิดหนังสือท่องเที่ยวไปเจอกับสวนจิมมี่เลี่ยว คือแบบมันน่ารักมุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้ง จุดนั้นเราแบบซื้อเลย เสาร์ อาทิตย์นี้พวกฉันจะต้องไปให้ได้ แต่ประเด็นคือ หนังสือมันเป็นภาษาจีน แต่ฉันอ่านจีนไม่ออกคะ แต่ชีวิตมันต้องลองเสี่ยงดู เลยเกิดทริปกระทันหันแบบเร่งด่วน เริ่มหาข้อมูลคืนนั้นเลย วันต่อมาจองโรงแรม วันต่อๆมาก็ออกเดินทาง ฮาาาาาาาา

การเดินทางมาอี๋หลานก็ง่ายๆสบายๆมีสองทางคือ ทางรถไฟ กับ ทางรถบัส ตอนเราไปเราเลือกเดินทางโดยรถบัส เพราะมันสะดวกกว่า ตั๋วก็ไม่ต้องจองล่วงหน้าเพราะเที่ยวรถเยอะมากๆ สามารถไปซื่อตั๋วที่ด้านหน้าเคาเตอร์ได้เลย

วิธีการเดินทาง: นั่ง MRT มาลงที่สถานี MRT Taipei City Hall อยู่สายสีน้ำเงิน พอมาถึงสถานี Taipei City Hall แล้ว ให้ขึ้นมาชั้นบนที่ป้ายจะมีเขียนว่า Taipei bus stop ก็เดินตามป้ายไปเลื่อยๆ ถึงแล้วก็จะเจอที่ขายตั๋วก็ตรงไปซื้อตั๋วได้เลย ค่ารถจะอยู่ที่ 120-180NT มีรถตั้งแต่ 7 โมงเช้า รถจะออกทุกๆ 10-15นาที

taipei city hall

ตอนเรามาสถานี Taipei City Hall เรากับเพื่อนมาโดยแท็กซี่บอกกับลุงคนขับว่าจะมาที่ Taipei City Hall ระหว่างเดินทางลุงคนขับก็พยายามชวนเรากับเพื่อนคุย แล้วลุงคิดว่าหนูฟังออกไหม??!?! คำตอบคือไม่คะ ฮาาาาา แต่ลุงก็พยายามเอากูเกิ้ลมาแปลคุยกับเราตลอดทาง พอมาถึงก็มุ่งตรงไปเค้าเตอร์ขายตั๋ว Yilan /Luodong ทันที ตอนซื้อบัตรก็ง่ายๆบอกกับทางพนักงานว่าเราจะไปลงที่ อี๋หลาน Yilan จ่ายเงินเสร็จก็สามารถเตรียมรอขึ้นรถได้เลย

yilan

ซื้อตั๋วเสร็จแล้ว เรากับเพื่อนก็เดินอึนๆ มึนๆตามทางที่พนักงานบอกให้เดินไปแล้วเลี้ยวขวาก็จะเจอกับท่ารถเพื่อเดินทางไปอี๋หลาน ที่ท่ารถจะติดป้ายบอกว่าจะต้องขึ้นรถเบอร์ไหน เมื่อเราไปถึงก็งงสิครับท่าน อ้าวมันมีสองเบอร์เราต้องขึ้นเบอร์ไหน 1571 หรือ 1572 ก่อนขึ้นเลยไปถามพนักงานก่อน สรุป ว่าขึ้นได้ทั้งสองเลยครับ 1571 จะเป็นแบบรถด่วน ไม่มีแวะจอด แต่ 1572 จะแวะจอดที่ Jiaosi ,Yilan, Luodong เราเลยขึ้น 1571 ไปเพราะโรงแรมเราอยู่ใกล้ๆสถานี Yilan ตอนขึ้นรถเราสามารถเลือกที่นั่งเองได้เลย พอถึงเวลารถออกปุ๊บ เรานี่เตรียมดูวิวเป็นอย่างแรกสรุปอดคะ ป้าที่นั่งด้านหน้าเราไม่อยากให้แสงแยงตา ปิดม่านซะงั้น เราก็เลยทำใจนอนเอาแรงไว้เที่ยวดีได้ แต่เรานอนได้แค่แปปเดียว ก็เดินทางมาถึงอี๋หลานแล้วววว 🙂

yilan2
(ขึ้นรถได้ทั้งเบอร์  1571 , 1572 เลยคะ รถจะจอดอยู่ที่อีลานทั้งคู่)

ลงรถแล้วรู้เลยว่าอากาศดีมาก นี่เหละที่ฉันต้องการ ลมพัดเบาๆ แดดอ่อนๆ โอ๊ยยย ชีวิตดี๊ดี

หลังจากลงรถมาด้วยความฟินของอากาศแล้ว ก็เริ่มงง อ่าวไหน “สวนจิมมี่” ของฉันละ รถไฟฉันอยู่ไหน คือป้ายรถบัสจะไปจอดอยู่ตรงด้านหลังของสถานีรถไฟ สวนจิมมี่ของน้องนั้นอยู่ด้านหน้า เรากับเพื่อนเลยลงความเห็นกันว่า จะเอาของไปเก็บที่โรงแรมก่อน แล้วเดี๋ยวไปถ่ายชุดครุยกัน พวกเราเอาชุดครุยมาด้วยแหละ อิอิ ส่วนโรงแรมที่เรากับเพื่อนจองไว้อยู่แถวโซนด้านหน้าของสถานีเดินประมาณ 5 -7 นาทีก็ถึงแล้ว

Jimi Square : เดินออกมาจากสถานี สวนจะอยู่ทางด้านหน้าและด้านข้างของสถานี

หลังจากเราเก็บของเสร็จแล้ว ก็เตรียมตัวเอาครุยทั้งของเราและเพื่อนไปถ่ายรูป แต่..เมื่อไปถึงเรื่องช็อคเรื่องที่สองก็เกิดขึ้น…..

รูปด้านล่างเป็นรูปที่เรากับเพื่อนอยากไปถ่าย…

jimi square

เมื่อเราไปถึง…. คือสิ่งนี้…

jimi-square2

แกกกกกก คือแบบรถไฟฉันหายไปไหน ความคิดตอนนั้นคือแบบเขาเลิกทำแล้วเหรอวะ อ้าวนี่ฉันเอาครุยมาทำไม หลังจากช็อคเสร็จ เราก็เดินไปเจอป้ายๆนึง เขียนว่า ช่วงนี้เอารถไฟลอยฟ้าไปซ่อมเพราะครั้งที่แล้วเกิดไต้ฝุ่นแล้วทำให้รถไฟเสียหาย

ถึงจะเสียใจที่ไม่ได้ถ่ายรูปกับรถไฟลอยฟ้าแต่ไม่เป็นไรส่วนอื่นๆก็น่ารักไม่ใช่เล่นเดี๋ยวเราเอารูปมาอวด

jimi-square3

jimi-square4

เดินไปเรื่อยๆตามทางเราก็เจอกับจุดหลอกเก็บเงินเราจนได้ แถวๆสวนจะมีตู้ขายโปสการ์ดตั้งไว้อยู่ ซึ่งเป็นโปสการ์ดที่มีขายเฉพาะที่อี๋หลานเท่านั้น ด้วยความเป็นคนที่ชอบเขียนโปสการ์ดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยจัดไป สามใบเน้นๆ

jimi-square6

การส่งโปรการ์ดจากไต้หวันกลับไทยนั้นราคาไม่แพงแค่ 10 NT เท่านั้น
แต่โปรการ์ดอันนี้ของจิมมี่เลี่ยวที่เราซื้อมาเค้าเขียนบอกไว้ว่าส่งได้เลย ไม่ต้องเสียค่าสแตมป์

หลังจากบ้าระหำในการถ่ายรูปเสร็จแล้วเรากับเพื่อนก็เคว้งเลย เพราะจุดหมายแรกและจุดหมายเดียวที่เราจะมาก็คือถ่ายรูปที่สวนจิมมี่ … แลดูไม่มีการวางแผนในการมาเที่ยว ฮาาา เลยเดินข้ามมายัง Visitor Center เพราะเรากับเพื่อนกว่าจะมาถึงก็ช่วงเย็นๆแล้ว (เรากับเพื่อนเดินทางมาอี๋หลานในช่วง บ่ายสองโมง) ที่ฮาไปกว่านั้นคือ เราเอาหนังสือท่องเที่ยวที่เราซื้อมาไปถามพนักงานว่าเราจะไปสถานที่ต่างๆ ตามหนังสือยังไง

  • เรา : ขอโทษนะคะ จะไปที่นี่ไปยังไง กับที่นี่ไปยังไงคะ ? (ชี้นิ้วใส่รูปภาพ)
  • พนังงาน :  (ทำหน้างงใส่) นี่คุณซื้อหนังสือเที่ยวที่นี่มาเป็นภาษาจีนแต่อ่านไม่ออกเหรอ ??
  • เรา : คะ  เอามาดูรูปภาพแล้วก็จะเอาไว้ถามคนที่นี่เพราะไม่รู้ว่าแต่ละสถานที่อ่านว่าอะไร #เกิดเหตุฮาแตก ณ Visitor Center

ทำไมมมมม เราทำอะไรผิด ก็แบบว่าเราอยากเที่ยวแต่เราไม่รู้ไงว่าเราจะไปยังไง ภาษาเราไม่แข็งแรง เราต้องมีตัวช่วย จริงๆตอนเราซื้อ เพื่อนเราก็ถามนะว่าเราอ่านออกไหม นี่ตอบอย่างภูมิใจ เราอ่านไม่ออก ฮาาาาาา แต่เราอยากเที่ยวใจเรารักการเที่ยว

yilan4

หลังจากสอบถามเสร็จก็เลยสรุปได้ว่า….เราสองคนจะไปตลาดกลางคืนกัน หรือ คนไต้หวันจะเรียกว่า “เย่ซื่อ”

Luodong night market : อยู่บริเวณสถานี Luodong Station นั่งรถไฟจากสถานี Yilan Station ไป 1 สถานี ราคาค่ารถไฟ 14 NT
เมื่อลงสถานีแล้วเดินตรงไปเรื่อยๆจนถึงร้าน NU Pasta แล้วเลี้ยวซ้าย ก็จะเข้าสู่ส่วนของตลาด

กว่าเราจะมาถึงตลาดก็เกือบ 2 ทุ่มแล้ว เพราะเราเอาครุยไปเก็บที่โรงแรมอีกรอบ หลังจากนั้นเรากับเพื่อนก็ลุยกินยาววววว บอกเลยว่าตลาดนี้ใหญ่มากจริงๆ ของกินก็เยอะมาก ด้วยความหิวก็เลยจัดสิ่งแรกไปคือ…. หลง เฟิง ทุย รูปร่างหน้าตาตอนแรกคือ คิดว่าเป็นหมูปิ้ง ฮาาาา และด้วยความหิวเลยซื้อแบบไม่คิดเลยว่ามันคืออะไร

yilan3

ร้านนี้เป็นร้านแรกเลยฟิลลิ่งแบบหิวมากกก ฉันต้องการมีอะไรตกถึงท้อง

yilan5

รูปร่างหน้าตาแบบหมูปิ้งบ้านเรา ตอนกำลังจะกิน คุณป้าคนขายบอกให้เอาน้ำจิ้มของป้ามาทาๆ แต่เราลองกินแบบไม่ทาแล้วก็อร่อยนะ ลุงกับป้าหมักหมูได้อร่อยมากจริงๆ

yilan6

ส่วนอันที่รุปร่างกลมๆอันนั้นเป็นไข่ คนไต้หวันเรียกว่า หลง เฟิง ตั้น (龍鳳蛋) ข้างในจะมีหมูยัดไส้ แล้วป้าก็ทาวาซาบิให้เราอีกทั้งลูก…. รสชาติบอกไม่ถูก แต่มันก็อร่อยแบบแปลกๆดีนะ เป็นครั้งแรกของเราเลยที่กินไข่กับวาซาบิ โอเคเราให้ผ่าน!

 

หลังกินไข่เสร็จก็เดินหาของกินไปเรื่อยๆก็ไปสะดุดอยู่กับร้านหมูปิ้ง (หมูปิ้งอีกแล้ว )ข้างนอกร้านเอาเนื้อหมูสไลด์ มาพันไว้กับผัก มองแล้วน่ากินสุดๆรสชาติก็อร่อย สมกับการยืนต่อคิวรอซื้อเป็นอย่างมาก กินแล้วเพลินสุดๆ

yilan7

yilan8

จุดเด่นหลักของตลาดนี่ก็คือเรื่องของกินนั้นเอง ดังนั้น… สิ่งที่จะนำเสนอต่อไปก็คืออออ

yilan9

หน้าตาดูคล้ายๆกับร้านแรก มันคืออาหารชนิดเดียวกันแต่…. รสชาติไม่เหมือนกันเลยยยย ร้านนี้เค้าบอกว่าได้ลงหนังสือและคนต่อแถวเยอะมากกกก แล้วมีหรือที่พี่จะพลาด เลยต่อแถวเลย แต่ร้านนี้กินแล้วไม่เหมือนร้านแรก ร้านแรกให้อารมณ์เหมือนกันหมูทอด แบบเนื้อหมูเต็มคำมากกว่า แต่ร้านนี้เรามีความรู้สึกเหมือนเรากินเกี๊ยวซ่ายังไงบอกไม่ถูก

yilan10

อันนี้เป็นหน้าตาของร้านที่สอง ร้านนี้น้ำจิ้มที่เขาให้เราไม่เหมือนกันกับร้านแรก น้ำจิ้มของร้านนี้คือ น้ำจิ้มไก่ !! นั้นเอง นี่ถือว่าเป็นของหายากมากที่ไต้หวันไม่ค่อยเจอน้ำจิ้มไก่เท่าไร ตอนที่เจ้าของร้านถามเราว่า เอาความเผ็ดเท่าไร คือเขาจะทาน้ำจิ้มไก่ให้เรา เราตอบแบบเต็มเสียงมาก เอาเผ็ดมากคะ พอที่ร้านทาให้เสร็จนี่ยังไม่พอ ทาอีกคะ ทาอีกกกกกกกกกก นี่คนไทยนะแค่นี่เราไม่เผ็ด พอกินเท่านั้นเหละนี่มันเกี๊ยวซ่าชัดๆ แต่ร้านนี้เรามาไม่ทันซื้อไข่ คนขายบอกว่าไข่หมดแล้ว เราเลยไม่รู้ว่ารสชาติจะเหมือนกับร้านแรกที่เรากินไหม

พอเดินไปสักพักก็เจอขนมหลอกเด็กอีกแล้วคะ นั้นก็คือ….. ขนมไข่บ้านเรานั้นเอง~~~
แต่ที่นี่ทำรูปร่างหน้าตาน่ารักมุ้งมิ้งสุดๆ แล้วผู้หญิงที่เห็นของกินมุ้งมิ้งแบบเรามีหรือจะไม่ซื้อ

             ขนมไข่ที่ไต้หวันจะเรียกว่า จี ตั้น เกา (雞蛋糕)

yilan11

นี่มันทริปพากินชัดๆ ยังคะยังไม่จบ น้องยังคงกินต่อไป สาบานว่านี่กระเพราะผู้หญิง ยังคงกินกันไม่หยุดจริงๆ เราเคยอ่านเจอเขาบอกกันมาว่าถ้ามาอี๋หลาน ต้องมากิน หมี เฟิ่น ทัง (米粉湯) มาอี๋หลานทั้งทีแบบนี้ต้องลองสิคะ

yilan13

หน้าตาเหมือนกระเพราะปลาจริงๆนะ แบบกระเพราะปลาแต่ใส่เส้นหมี่ลงไปด้วยอะ รสชาติออกเค็มนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ พอเติมพริกไทยลงไปนี่แบบ….เออกระเพราะปลาว่ะ  อย่าลืมนะคะมาอี๋หลานอย่าลืมมาลอง

ของกินอีกอย่างที่เราอยากแนะนำนั้นก็คือ โรตีทอด ภาษาจีนเรียกว่า ชง จัว ปิ่ง (蔥抓餅) แต่โรตีที่นี่ไม่เหมือนที่ไทยนะ ไส้ข้างในจะมีต้นหอมอยู่ด้วย แล้วก็เอามาผสมกับแป้ง แล้วก็ทอดไฟเบาเบา แล้วเราก็เลือกได้ว่าจะใส่ไส้อะไร เช่น แฮม เบคอน ร้านที่เรามาลองนั้นขอบอกเลยว่ามีหลายไส้มาก มีทั้งไส้หมู แกงกระหรี่ เนื้อ และอื่นๆ ด้วยความรักตัวกลัวตาย กลัวมันไม่อร่อยเลยจัดแบบคลาสสิคมาอันนึง นั้นก็คือ…. เอาแบบไม่มีไส้เลย ฮาาาาาาา

yilan14

ใส่ผงปาปิก้าให้เราด้วย นี่เป็นครั้งแรกเลย โรตีกับผงปาปิก้า แต่มันก็อร่อยดีนะ : )

ตอนที่ลุงคนขายกำลังจะเอาผงปาปิก้ามาใส่นี่ด้วยความเป็นคนชอบกินเผ็ดไง…เลยบอกลุงไปอีกว่าใส่อีกคะ ใส่อีก ใส่เยอะๆเลย เราบอกจนลุงคนขายหันมาถามว่าเราเป็นคนประเทศอะไรเลยทีเดียว พอเราบอกว่าเราเป็นคนไทยเท่านั้นละ ลุงก็แบบ อ่าาาา คนประเทศนี่กินเผ็ด แค่นี้พวกเธอคงไม่รู้สึกเผ็ดสินะ แล้วลุงก็เทผงปากิก้าให้เราต่อไป

คือลุงคะ…เผ็ดหนูอะไม่กลัวแต่หนูกลัวผมหนูมันจะล่วงจนไม่เหลือนี่สิ ยิ่งเป็นคนหัวล้านอยู่อย่าให้ล้านมากว่านี้เลยคะ ผู้จะไม่มาจีบหนูละ เค้านึกว่าหนูเป็นผู้ชาย

yilan15

และแล้วนี่ก็คือรูปโรตีที่ลุงเทผงปาปิก้าเเบบไม่กลัวผมน้องล่วงให้ กินแล้วก็อร่อยจริงๆกินแล้วหยุดไม่อยู่อยากกินอีกชิ้น แต่บังเอิญว่าน้องกลัวอ้วนเลยไม่กล้า ขอหยุดอยู่แค่ชิ้นนี้ชิ้นเดียวจริงๆ ตอนนี้พุงน้องนำนมแล้ว

 

หลังจากที่กินกันมาเยอะขนาดนี้ก็ขอกินชาเย็นๆล้างคอนิดนึง เขาว่ากันว่ากินชาช่วยลดไขมัน(ชาร้อนเปล่าว่ะ?) เราก็เลยจัดไปขวดนึงในร้านแถวนั้น นี่ก็หยิบแบบตามดวงจริงๆไม่รู้ว่าคือชาอะไร แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าอร่อยไหมเห็นสีมันแดงๆเลยคิดว่าเออออ มันน่าจะเหมือนน้ำราสเบอร์รี่มั้ง แต่หลังจากที่กินแล้วก็รู้สึกว่าเรานี่ดวงดีเหมือนกันนะ ฮาาา รสชาติชาจะออกขมหน่อยๆแต่ไม่มาก แล้วก็มีเปรี้ยวนิดๆ ถือว่าโอเคเลยทีเดียว

yilan16

บอกเลยว่าที่กินไปเรานี่จุกมากขอยกธงขาว แต่เพื่อนเรายังไม่จบเพียงเท่านี้คะ นางยังคงยัดลงไปได้ต่อ คือในตอนที่เรากับเพื่อนจะเดินกลับกัน เพื่อนเราบังเอิญเดินเจอร้านนึง มีความรู้สึกเหมือนกุ้งทอดเป็นแผ่นๆ แลดูน่ากิน นางก็ยังคงจัดต่อไปอีก 1 ชิ้น ใหญ่ๆ (เพื่อนจ๋าฉันยอมเธอ ที่กินกันมาใช่ว่าจะน้อยๆ) รูปร่างหน้าตาคือน่ากินมาก และแน่นอนร้านนี้ยังคงมีผงปาปิก้า (จบทริปนี้หัวล้านกันแน่นอน )

yilan17

 

หลังจากที่เรากับเพื่อนกินกันแบบอิ่มพุงแตกกันไปแล้วก็ได้เวลากลับโรงแรมก่อนที่รถไฟขากลับจะหมด (ที่ไต้หวันรถไฟจะวิ่งจนเที่ยงคืนเท่านั้นคะ)

ติดตาม พาท2 ต่อได้ที่นี่เลยค่ะ ทริปกระทันหัน แบกเป้เที่ยวอี๋หลาน(Yilan) 2 วัน 1 คืน (PART2)

แสดงความคิดเห็น